คำถาม
ถามคำถาม

ผมคิดว่าคนที่ฆ่าตัวตาย ไม่ควรสงสาร...

แต่ควรหัวเราะ สมน้ำหน้า ที่เป็นพวกขี้แพ้ ไม่สู้ชีวิต

ถ้าคิดว่าตัวเองสำคัญกว่าโลกนี้ ก็คงไม่รู้สึกท้อแท้

และสู้ชีวิต เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่ง กว่าพระเจ้าให้ได้

"เคล็ดลับคือ ถ้าคุณรู้สึกเศร้า คุณยังจัญไรไม่พอ"

4 คำตอบ · +1 โหวต · 0 รายการโปรด · 90 อ่านแล้ว

ณ จุดนั้น คนที่ไม่ใช่คนนั้นไม่อาจรู้หรอกว่ามันโหดร้ายต่อจิตใจเพียงใด

เราเคยเจอเรื่องที่หนักมากสำหรับความรู้สึกมาแล้ว มันเศร้าใจมาก มันท้อแท้ สิ้นหวัง หมดแรง หมดพลังที่จะยืนได้อย่างมั่นคง เราต้องเดินออกจากสังคม เก็บตัว แยกตัวจากเพื่อนเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อเยียวยาจิตใจให้เข้มแข็ง และแกร่งเช่นเดิม

ดีตรงที่เราไม่เลือกจบชีวิต เพราะเรามีพ่อแม่และครอบครัวที่เรารู้ ว่ารักเรามากมายขนาดไหน เราโชคดีที่มีครอบครัวที่อบอุ่น เราโชคดีที่ไม่เป็นโรคซึมเศร้า เราโชคดีที่ก่อนหน้าเราเป็นคนอดทน เข้มแข็ง เราโชคดีที่เรามีพื้นฐานที่นำไปสู่การมีสุขภาพจิตที่ดี มีความคิดเชิงตรรกะที่แน่น เราจึงผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ แม้จะพูดว่าผ่านมาอย่างสะบักสะบอมก็ตาม เพราะแทบไม่น่าเชื่อว่าเวลาแห่งการสร้างความเข้มแข็งนั้นเกือบปี เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าวันคืนผ่านไปนานเพียงใด ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราห่างกลุ่มเพื่อนไปนานแค่ไหน ไม่รู้ตัวว่าความเบื่อหน่ายที่จะพูด ที่จะยิ้ม ที่จะหัวเราะอยู่กับเราเกือบปี เรารู้แค่ว่าโลกเป็นสีเทาๆ เห็นคนหัวเราะเราก็เฉยๆ ดูหนัง ดูละครก็ไม่สนุก มุขที่คนอื่นขำกระจาย เรากลับนิ่งเฉยมาก

คนไม่อยู่ตรงจุดนั้น อธิบายยังไง ก็ยากที่จะเข้าใจ เราจึงคิดอย่างเดียวว่า คนไม่อยู่จุดนั้นอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใคร .. เชื่อเรานะ ..

+3 โหวต · 5 ตอบกลับ

ผมด้วยอีกคน ที่เห็นด้วยกับคุณเลยล่ะ

เพราะหากใครไม่ได้มาป่วย หรือไม่มาอยู่ตรงจุดนี้ ขอบอกเลยว่า ไม่มีวันเข้าใจจริงๆหรอก

ยกตัวอย่างง่ายๆ ตัวผมเองก็แทบจะเป็นโรคซึมเศร้าด้วยซ้ำไป

แบบว่าชีวิตสะบักสะบอมมาเยอะ แถมยังต้องมาสูญเสียคนที่รักอีก

ฉะนั้น ใครไม่มาอยู่ตรงจุดนี้ ไม่มีวันเข้าใจจริงๆครับ เห็นด้วยกันกับคุณ...

+2 โหวต

@จะยิ่งใหญ่

เราโชคดีที่ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่รวยมาก มีธุรกิจ หรือกิจการใหญ่โตมโหฬาร โชคดีที่พ่อเราเลือกให้แม่ออกจากงานมาดูแลลูกอย่างเดียว ส่วนพ่อทำงานสองแห่ง เพื่อให้มีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงลูก เลี้ยงเมีย แล้วก็มีแม่ที่ดีมาก เลี้ยงดูลูกด้วยความรัก ดูแลแบบบ้านๆ มีเวลาให้ลูกทั้งวัน ทุกวัน ขนาดเราไปโรงเรียนไม่มีเงินนั่งรถ แม่เรากางร่มหิ้วกระเป๋านักเรียนให้เรากับน้อง ส่วนเรากับน้องใส่เสื้อกันฝน เดินเกาะแขนแม่คนละข้าง เดินไปตามฟุตบาธ พอถึงทางที่น้ำท่วมขังแม่เราจะให้ลูกแต่ละคนยืนรอ ส่วนแม่เอากระเป๋านักเรียนวางแล้วอุ้มลูกข้ามน้ำไปทีละคน แล้วพากันเดินต่อไปจนถึงโรงเรียน โดยที่แม่ไม่ยอมให้ลูกใส่รองเท้าแตะลุยน้ำ โดยอ้างว่าน้ำสกปรก เดี๋ยวเด็กๆ จะคันเท้า แล้วอีกประการหนึ่ง การใส่รองเท้าแตะไปโรงเรียน ดูไม่สุภาพ ตอนเด็กเราคิดไม่ได้ กลับรู้สึกว่าเราแต่งตัวไม่เหมือนเพื่อน เราอยากใส่รองเท้าแตะสีสวยๆ ไปโรงเรียนในหน้าฝนแบบเพื่อนๆ บ้าง พอโตจึงรู้ว่าทั้งหมดคือ ความรักที่แม่มอบให้ลูก ... เราจึงรักพ่อแม่มากๆ แล้วคิดว่าครอบครัวที่เราจะสร้างคงได้ไม่เท่าครอบครัวนี้อีกแล้ว และคนที่จะรักเรามากอย่างนี้คงไม่มีอยู่จริง

@ALONE MAN

เราเข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่ในช่วงของความทุกข์ แม้ไม่ทั้งหมด แต่เราก็เคารพความรู้สึกของพวกเขาเสมอนะ ไม่มีใครทำอะไรโง่แน่นอนหากเขาเห็นหนทางที่ช่วยให้เขาพ้นจากทุกข์ได้

+2 โหวต

ถูกต้องครับ ถ้าเห็นหนทางที่ดีกว่านี้ คงไม่มีใครกล้ามาคิดสั้น อย่างที่เห็นจากหลายๆรายแน่นอน...

+2 โหวต

ถูกต้องจ้ะ

+2 โหวต

คุณเป็นคนประเภทเห็นคนจ่มน้ำแล้วไม่ช่วย แถมยังด่าว่า มึงว่ายน้ำเป็นแต่ไม่ว่ายเอง ไม่ว่ายเองก็ตายไปสิ ซึ่งคนจ่มน้ำก็จะตะโกนว่า กูจะตายให้มึงแล้ว แล้วเขาจะจ่มน้ำไปเลย จากนั้นคนที่อยู่บนฝั่งที่อยู่หลังมึงก็จะบอกว่า มึงด่ามันจนมันตาย พูดง่ายคือมึงฆ่ามัน

คนที่เป็นโรคซึมเศร้าเนี้ย เขาตะหนักว่า ตัวเองไม่มีค่า ใครต่อใครพูดไปก็ไม่เข้าหู คนที่สำคัญในชีวิตไม่มี ฉันตายไปโลกจะดีขึ้น มดหนึ่งตัวบนโลกมีค่ากว่าเขาที่อยู่บนโลก

หากคุณเก่งจริงคุณขุดเอาคนแบบนี้ออกมาให้ได้สิ

+2 โหวต · 0 ตอบกลับ

ไม่ว่ายังไงก็ตาม

คุณ....อย่าเพิ่งตัดสินคนแค่ตรงจุดนั้นเลยนะครับ เพราะเขาอาจจะมีเหตุผลลึกๆในใจของเขาก็ได้

เพราะตัวเราเอง ก็ไม่ได้ไปนั่งในดวงจิตดวงใจ ของเขาคนนั้นซะหน่อย

และอย่าลืมนะครับว่า คนที่เป็นโรคซึมเศร้า หรือไบโพล่า เวลามันกำเริบขึ้นมา มันไม่สามารถห้ามอะไรได้ทันท่วงทีจริงๆ

ต่อให้ใครมาสั่งสอน มาด่า มาต่อว่าคนป่วยยังไง ยังไงคนป่วยมันก็ยากที่จะเข้าใจแบบแท้จริง

ต่อให้เข้าสมองคนป่วยเขาไปแล้ว สักวันก็อาจจะลืม และขาดสติ เผลอคิดสั้นขึ้นมาได้

ถึงต้องการกำลังใจต่อกันไง และต้องใช้เวลาอย่างมาก ในการรักษาและบำบัด

คนเรามันมีชีวิต และจิตใจไม่เหมือนกัน และผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาไม่เหมือนกันครับ

แล้วจะให้ได้ดั่งใจคนเราไปทุกอย่างจริงๆ มันคงเป็นไปไม่ได้....

+1 โหวต · 0 ตอบกลับ

เราไม่ได้อยู่ เหมือน ณ จุดที่เขาเผชิญ อยู่ เราก็พูดได้

ถ้าทุกอย่างมัน ตัน ไปหมดแล้ว และไม่มีใครชี้ทาง หรือปลอบ เราก็ไม้ควรจะว่าเขาขี้แพ้ หรือ สมน้ำหน้า

บางคนภูมิคุ้มกันน้อย บางคนมาก การแก้ปัญหาก็ไม่เหมือนกัน อย่าพึ่งไปพิพากษาเขาเลย

ดูไว้เป็นอุทาหรณ์ หรือ บทเรียน จะดีกว่า

+1 โหวต · 0 ตอบกลับ

คำตอบของคุณ

(ไม่บังคับ)

เพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการตอบกลับ

ดูคำถามที่เกี่ยวกับ ศิลปะและมนุษยศาสตร์
ถามคำถาม